เทรดสั้น สไตล์ Forex Thunder

เริ่มต้นจากทุน 100$ ก่อนนะครับ และเทรดด้วย Lot size = .01 โดยมีเป้าหมายเก็บระยะ ที่ 100 จุด ต่อวัน ในรอบ 1 เดือน เราจะมีเวลาในการเทรด 20 วันต่อเดือน 5 วันต่อ สัปดาห์ คิดง่ายๆ คือ เก็บวันละ 1$ นี่คือเป้าหมายแรกก่อนนะครับ อยากให้เริ่มต้นๆ ง่ายๆ

ด้วยหลักการลงทุนทั่วๆ ไปแล้วนะครับ ลงทุน 100$ ถ้าทำกำไรได้วันละ 1$ หากเทรดครบ 1 เดือน เราจะได้กำไร 20$ หรือคิดเป็น ร้อยละ 20 ต่อเดือน ซึ่งในมุมมองส่วนตัวแล้ว มันมากมายเลยนะครับ เมื่อเทียบกับการฝากเงินกับธนาคารไว้กินดอกเบี้ย

โอเค การลงทุนแต่ละอย่าง มันมีโอกาสทั้งกำไรและขาดทุนมากน้อยต่างกัน ลงทุนอย่างอื่นอาจจะได้มากกว่านี้ ก็ได้ แต่ตรงนี้ Admin ขอโฟกัส เฉพาะเรื่องการเทรด Forex แล้วกันนะครับ

ดังนั้น เรามาทำความเข้าใจก่อน ทั้งความเป็นไปได้ของเป้า ทุน ความเสี่ยง มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ผมจะแยกเป็นส่วนๆ เพื่อความสะดวกในการทำความเข้าใจนะครับ

# ลงทุน 100$

จะว่่ามากก็มาก จะว่าน้อยก็น้อย สำหรับการเริ่มต้นลงทุน แต่ผมมองว่า ทุนมันไม่ได้เยอะมากมายอะไร สำหรับการเริ่มต้นลงทุน หรือเรียนรู้เพื่อการสร้างกำไร เพราะหากมองเป็นจำนวนเงินบาท ก็ประมาณ 3,200 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ Admin แชร์นะครับ) ผมมองว่าเงินเริ่มต้นลงทุนจำนวนนี้ ใครๆ ที่เริ่มคิดเรื่องลงทุนมาบ้างแล้ว ก็น่าจะพอหาหรือแบ่งเงินที่เก็บมา เพื่อใช้เริ่มต้นเรียนรู้ในการลงทุนได้ หากเทียบกับการลงทุนอย่างอื่นๆ มันอาจจะต้องใช้เงินลงทุนมากกว่านี้ เช่่น การเปิดร้านกาแฟ ร้านอาหาร (ผมต้องขออภัยเจ้าของธุรกิจร้านกาแฟ ร้านอาหารทุกท่าน มา ณ ที่นี้ด้วย ที่เอาธุรกิจของท่านมายกตัวอย่าง ผมไม่ได้มีเจตนาหรือลบหลู่ในอาชีพเหล่านี้นะครับ) คือผมเขียนในมุมมองของผม อย่างน้อยมันต้องมีทำเล มันต้องมีฝีมือ ฝนตกแดดออก มันก็มีผลกับลูกค้าทั้งหมด

# Lot Size = .01 $

เปิด Lot ในการเทรด .01 ถ้ากราฟวิ่งถูกทางไป 100 จุด เราจะได้กำไร 1$ หากวิ่งผิดทาง หรือวิ่งไปในทางตรงกันข้าม เราก็จะขาดทุน 1$

# ความเสี่ยงเรื่องการล้างพอร์ต

หากเราเปิด Order แค่ไม้เดียว คือ .01 lot เราจะทนลาก หรือความแกว่งของกราฟได้ประมาณ 10,000 จุดโดยประมาณ โดยปกติ ย้ำนะครับ โดยปกติกราฟคู่เงินของตลาด Forex จะวิ่งอยู่วันละ 400-1500 จุด โดยประมาณ ยกเว้นข่าวใหญ่ที่มีผลกระทบกับเศรษฐกิจ เช่น ข่าวสงคราม แผ่นดินไหว ข่าวปรับดอกเบี้ยที่มันเกินที่คาดการณ์ของตลาดไว้ มันก็จะวิ่งแรงระดับ 3,000 – 10,000 จุดหรือมากกว่า ทำให้นักเทรดหลายคน โดนล้างพอร์ต ดังนั้นหากเราลงทุน 100$ และเปิด Order แค่ .01 lot พอร์ตเราจะทนถูกลากได้ 10,000 จุด เอาเป็นว่าไปได้น้อย นานๆ จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ซักครั้ง จริงๆ ถ้าพิจารณากันดีๆ ทำอะไรมันก็มีความเสี่ยงทั้งนั้นแหละครับ ขึ้นอยู่กับว่าเสี่ยงมากหรือเสี่ยงน้อย แล้วภายใต้ความเสี่ยงแต่ละเรื่อง เรามีแผนรองรับหรือเปล่า หากเกินเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิดจริงๆ

ในกรณีนี้ โอกาสที่มันกราฟของคู่เงินหนึ่งๆ จะวิ่งวันเดียว 10,000 จุดมันเป็นไปได้ยาก แต่หากใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปี มันย่อมถึงแน่นอน แต่กลยุทธ์นี้เรา เราเล่นแบบ Day Trade หรือเล่นวันต่อวัน อาจจะถือ Order ข้ามวันได้ แต่ก็ต้องแล้วแต่สถานการณ์ แต่ไม่ควรถือ Order นาน เพราะเวลาเปลี่ยนเหตุการณ์เปลี่ยน อารมณ์ตลาดก็เปลี่ยน ผมขอยกเรื่องอารมณ์ตลาดไปว่ากันในอีกหัวข้อนะครับ

# ความเป็นไปได้ ในการทำกำไรวันละ 1$ หรือเก็บวันละ 100 จุด

มันก็ไม่อยากนะครับ คือกราฟวิ่งโดยเฉลี่ยของแต่ละคู่เงินสกุลหลัก มันวิ่งอยู่ที่วันละ 400-1500 จุดต่อวัน แต่เราขอแค่ 100 จุด ที่ถูกทางเท่านั้นเอง ผมว่าโอกาสมันมี โดยไม่จำเป็นต้องเฝ้ากราฟตลอดเวลาก็ได้

# ใช้กลยุทธ์ 3 Indicator ยืนยันพร้อมกัน

  1. Stochastic
  2. RSI (Relative Strength Index)
  3. Bollinger Bands

# เปิด Buy เมื่อ Stoch อยู่ต่ำกว่า 20 และ RSI อยู่ต่ำกว่า 30 และ กราฟอยู่นอกเส้น Bollinger Bands เส้นล่าง

# เปิด Sell เมื่อ Stoch อยู่สูงกว่า 80 และ RSI อยู่เหนือเส้น 70 และ กราฟอยู่นอกเส้น Bollinger Bands เส้นบน

# ทำกำไร หรือ Take Profit เมื่อกราฟวิ่งไปได้ระยะ 100 จุด หรือไม่อาจจะเล็งทีเส้นกลางของเส้น Bollinger Bands ก็ได้

# การ Cutloss หรือ Stoploss หรือการปิดการขาดทุนมากเกินไปหากปล่อยไว้ Order ไว้จนอารมณ์ตลาดเปลี่ยน โดยเงื่อนไขนี้ สำหรับผมเอง ไม่ตายตัวครับ ว่าต้องเท่าไหร่ แล้วแต่สถานการณ์ คือ

  • หากเทรดในตลาดมีเหตุการณ์ปกติ หากต้องตั้ง SL ก็จะตั้งไว้ประมาณ 200 จุด จากจุดเข้า นะครับ แต่ด้วยกลยุทธ์นี้ ผมเฝ้าหน้าจอ และใช้เวลาในการเทรดไม่นาน เน้นการเฝ้าหน้าจอ ดังนั้น จะไม่ค่อยตั้ง SL ยกเว้นกรณีต้องไปทำธุระด่วน ไปเข้าห้องน้ำ ไปทำธุระอะไรก็ตาม ที่ทำให้เราไม่ได้โฟกัสกับอารมณ์ของตลาด เราควรตั้ง SL ไว้ เท่าที่เรายอมรับได้ เพราะเราไม่รู้เหตุการณ์ในอนาคตว่า ตลาดจะทำอะไร หรือเกิดเหตุการณ์อะไร ดังนั้น ต้องกันด้วยการตั้ง SL ซะ หรือไม่ก็ปิด Order นั้นๆ ไปเลย
  • ในกรณีที่ตลาดวิ่งแบบไม่มีเหตุผล เช่น อยู่ดีก็วิ่ง 500-1000 จุดเลย หากเราอยู่ในสถานการณ์นั้น เล่นช่วงข่าว เวลามีข่าวตลาดก็จะวิ่งแรง หากเราผิดทาง ให้ดูที่ต้นทุน ว่าเรายอมรับการขาดทุนได้เท่าไหร่ หากมีทุน 100$ หาก Order วิ่งผิดทางและ Order เราติดลบอยู่ หากจะตัดขาดทุน ผมมองว่า ติดลบ 10-20$ ผมก็มองว่า น่าจะทำการ Cutloss ได้แล้ว เพราะเงินทุนเราหายไป 20 % แล้ว ความเสี่ยงเราจะเพิ่มขึ้น และโอกาสในการทำกำไร กลับมาเพื่อคืนทุนมันก็ยากเป็นเงาตามตัว ยังไงผมมีคำแนะนำประมาณนี้

*** หมายเหตุ *** กลยุทธ์นี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ โปรดพิจารณาและศึกษาให้ถี่ถ้วนก่อนลงมือทำ ดูกราฟย้อนหลัง ว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ หรือเข้าเงื่อนไขแบบนี้ บ่อยแค่ไหน เหมาะที่จะใช้งานกลยุทธ์นี้หรือเปล่า ลองพิจารณาดูครับ

หลักในการเทรด โดยใช้ Indicator

โดยหลักในการเทรด จะใช้ Indicator อยู่ 3 ตัว และค่าเงิน Dollar คือ

  • Bollinger Bands
  • Stochastic
  • RSI (Relative Strength Index)
  • Us Dollar เพื่อดูความแข็งอ่อนของค่าเงิน Dollar

กลยุทธที่ใช้สำหรับเทรด ก็คือ เข้า Buy หรือ Sell เมื่อเกิดเงื่อนไข ดังนี้

  1. ดูค่า เงินความแข็งอ่อนของ US Dollar ประกอบการพิจารณา เพราะ ค่าเงิน US Dollar เมื่อมันเกิดค่าแข็งหรืออ่อน มันจะส่งผลกับ สกุลเงินที่มันไปจับคู่ด้วย เช่น
    1. EURUSD คือคู่เงินระหว่าง เงิน Euro จับคู่กับ เงิน Us Dollar
    2. GBPUSD คือคู่เงินระหว่าง เงิน Pound จับคู่กับ เงิน Us Dollar
    3. XAUUSD คือ Gold จับคู่กับเงิน Us Dollar
      จากขอสังเกตนั้น หากดัชนี US Dollar วิ่งขึ้น ทั้ง 3 คู่เงิน จะวิ่งลง
      และในทางกลับกัน หาก Us Dollar วิ่งลง ทั้ง 3 คู่เงิน จะวิ่งขึ้น
  2. เมื่อกราฟวิ่งออกไปนอกกรอบ Bollinger Bands
  3. เกิด Divergence ของ Stochastic หรือ RSI หรือเมื่อเกิด Divergence พร้อมๆ กันทั้ง Stoch และ RSI หรือเกิด Divergence ของ Stoch อย่างเดียว หรือ RSI อย่างเดียว
  4. การ Take Profit หรือการปิดทำกำไร ก็เล็งที่เส้นกลางของ Bollinger Brands

หลักการเปิด Order ก็คือ

  1. สังเกตว่า กราฟวิ่งออกนอกกรอบ Bollinger Bands เรียบแล้ว ไม่ว่าจะใช้ Bollinger Bands ค่า Default คือ 20 หรือ ใช้ Bollinger Bands เปลี่ยนค่ากำหนดเป็น 90
  2. ดูว่า Stochastic เกิด Divergence ใน Time Frame ที่เราเล่นหรือยัง หากเกิดแล้ว ก็เปิด Order ได้ หรือจะใช้ Relative Strength Index ว่ามี Divergence หรือยังประกอบด้วย ก็ได้ เพื่อเป็นการยืนยันอีกชั้น แต่การเกิดเหตุการณ์แบบนี้ นานๆ ทีจะเกิด อาจจะต้องใช้เวลานาน
  3. เมื่อเปิด Order ได้แล้ว ในการกำหนด Take Profit หรือการออกเป้า เบื้องต้นในเล็งที่เส้นกลางของ Bollinger Bands ที่เราใช้งาน

หมายเหตุ

  • กลยุทธนี้ ห้าม Prediction ทิศทาง หรือ Bias ว่ามันจะไปไกล หรือวิ่งเป็นเทรน
  • กลยุทธนี้ เล่น Sideway หรือการกลับตัวในกรอบแคบๆ เท่านั้น มีบ้างที่กลับตัวแล้วกลายเป็นเทรน วิ่งยาวไป

Mindset เกี่ยวกับการเทรด Forex

ผมใช้หลักการดังนี้นะครับ

  • เราจะรู้ได้อย่างไร ว่า จะ Buy เมื่อไหร่ หรือ Sell เมื่อไหร่

คือตัวผมเอง ไม่รู้หรือตอบไม่ได้ ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของตลาด ตลาดก็เหมือนสิ่งมีชีวิตอย่างหนึ่ง เขามีอารมณ์และความรู้สึก
ดังนั้น เราก็ต้องเรียนรู้ความรู้สึกเขาให้ได้ เขาจะบิน หรือเขาจะดิ่ง เขาไม่ได้แจ้งใครล่วงหน้า

  • ถ้าอย่างนั้น เราจะรู้ได้ไง
    1. เราต้องอยู่กับตลาด เรียนรู้อารมณ์ของตลาด ถามว่า ทำไง ก็เหมือนกันกับมีแฟน ถ้าเรามี แฟน เราก็ต้องเรียนรู้ว่า แฟนเราเป็นคนยังไง ชอบอะไร อะไรมากระทบแล้ว เขาหวั่นไหวบ้าง เมื่อเรารู้แล้ว เราก็จะไม่ทำในสิ่งที่แฟนเราไม่ชอบ
      ช่วงแรก ก็ต้องฝึกสังเกต เขาเป็นคนยังไง ชอบไปไหน ชอบทำอะไร ก่อนหลัง ชอบทานไอติมก่อนข้าวหรือเปล่า หรือหลังอาหารคาว ชอบทานของหวาน หรือกาแฟ หรือชอบสูบบุหรี่
    2. เมื่อเราเรียนรู้นิสัยใจคอแล้ว เราก็ไม่ต้องจดจ่อหรือสังเกต หรือระมัดระวังอะไรมาก ด้วยความ เคยชิน หรืออยู่กันนาน เราก็จะพอรู้จักนิสัยใจคอ กันและกัน เคารพและเกรงใจและให้เกียรติกัน ก็จะอยู่กันยืด
    3. ถ้าหากอยากมีแฟนใหม่ละ ก็ได้เหมือนกัน เราก็ต้องเรียนรู้ นิสัยใจคอของคนใหม่
    4. ถ้าอยากมีแฟนหลายคนล่ะ ก็ได้เหมือนกัน เราก็ต้องดูแลเยอะหน่อย ต้องเรียนรู้นิสัยใจคอของแต่ละคนว่าเป็นยังไง อย่าให้ขัดแย้งหรือทะเลาะกัน ต้องควบคุมให้ได้

กลยุทธ์การเทรด “เทรดเหมือนจีบสาว”

ก่อนอื่นผมต้องขออภัย คุณผู้หญิงทุกท่าน มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ผมไม่ได้มีเจตนาลบหลู่หรือดูหมิ่นผู้หญิงคนไหนเลย แต่สาวที่ผมยกตัวอย่าง มาจากประสบการณ์ตรงของผมเอง สาวที่ผมอ้างในที่นี้คือแฟนผมเอง ผมจะเล่าให้ฟังว่าเธอเหมือนกราฟยังไง

  • เลือก Products ก่อน ก็เหมือนเจอคนที่เราอยากจีบ อยากแต่งงาน อยากอยู่ด้วยละ 
  • ดูกราฟย้อนหลัง เพื่อประเมินอารมณ์ของ Products ว่าตอนนี้อารมณ์ไหน ขึ้น หรือ ลง หรืออารมณ์เธอขึ้นๆ ลงๆ อยู่ หรือเปล่า ถ้ายังไม่แน่ใจ ก็ต้องสังเกตไปเรื่อยๆ ด้วยการจดบันทึก
  • ดูก่อนว่า ช่วงเวลาไหน อารมณ์เธอเป็นยังไง เดือนนี้อารมณ์เธอเป็นยังไง สัปดาห์นี้เป็นไง แล้วย่อยให้ละเอียดออกมายิ่งละเอียดเท่่าไหร่ ยิ่งดี เพราะเราจะได้เข้าไปจีบเธอได้ถูกช่วงเวลา ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้า เข้าไป มีโดนตะเพิด หรือปฏิเสธให้เราเสียหน้าหรือเสีย Self ไปเลย หรือหนักหน่อย เขาอาจจะมีผัวอยู่แล้ว ก็มีหวังโดนผัวเขายิง หรือว่าที่พ่อตาไล่ยิงแน่ๆ
  • เมื่อรู้อารมณ์ของเธอแล้ว เราก็เข้าได้ถูกทาง เช่น รู้ว่า ช่วงเวลานี้ อารมณ์เธอขึ้นอยู่ เราก็ขึ้นตาม อารมณ์เธอลง เราก็ลงตาม หากอารมณ์เธอขึ้นๆ ลงๆ เราก็ขึ้นๆ ลงๆ ตามด้วย เอาท่าง่ายๆ ก่อน อย่าเพิ่งโยกย้าย ส่ายหัว เดียวจะโดนเธอตบกะบาลเอา
  • การหาจังหวะในการเข้า มี 2 แนวทาง
    1. พริ้วไหวตามสายน้ำ อารมณ์เดียว ถ้าจะให้ดีลดความผิดพลาดให้น้อยที่สุด ก็ต้องเข้าตอนที่เธอมีอารมณ์เดียว เช่น เลือกเขาตอนเธอมีอารมณ์เดียว เช่น ขึ้น แน่ๆ ค่อยเข้า หรือลงแน่ๆ ค่อยเข้า แล้วตัดสินใจออก เมื่อเธอเริ่มแสดง 2 อารมณ์ให้เห็น เมื่อเริ่มเห็นอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เห็นอะไรก็ดูจะหงุดหงิดไปหมด วันเดียวมี 3 อารมณ์อย่างนี้ เราก็ต้องหาจังหวะดีๆ ถ้าเราเริ่มไม่มั่นใจละ เราก็ถอยออกมาดูสถานการณ์ก่อน เพราะถ้าเรายังอยู่ด้วย อาจจะทะเลาะกัน เราอาจจะโมโห จนควบคุมไม่ได้ อาจจะหนักถึงต้องเลิกลา (ลักษณะนี้คือกราฟเป็น Trend)
    2. หรือใช้กลยุทธ์ซุ่มโจมตีแบบกองโจร เข้าเร็วออกเร็ว ตอนเห็นเธอมี 2 อารมณ์ คือ ถอยตัวเองออกมา เตรียมตัวให้พร้อมทั้งร่างกายละจิตใจ รุกรับต้องเร็ว เพราะสถานการณ์แบบนี้ ออกทางไหนก็ได้ ลักษณะนี้คือกราฟเป็น Sideway